โรงเรียนวัดอรุณรัตนคีรี

เลขที่ 3 ถนนเขาวัง–น้ำพุ ตำบล ห้วยไผ่ อำเภอ เมืองราชบุรี จังหวัด ราชบุรี 70000

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

032 370450

เยื่อบุโพรงมดลูก เป็นมะเร็งเราสมารถทำความเข้าใจกับมะเร็งชนิดนี้ได้อย่างไร

เยื่อบุโพรงมดลูก

เยื่อบุโพรงมดลูก หมายถึงมะเร็งที่เกิดขึ้นในเยื่อบุโพรงมดลูก แบ่งคร่าวๆได้เป็นทั้งที่ขึ้นกับฮอร์โมนเอสโตรเจน และไม่ขึ้นกับฮอร์โมนเอสโตรเจน ผู้ป่วยส่วนใหญ่ เป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ปัจจุบันมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก เป็นมะเร็งทางนรีเวชที่พบได้บ่อย ในประเทศที่พัฒนาแล้ว จำนวนผู้ป่วยมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ที่เพิ่งได้รับการวินิจฉัยก็เพิ่มขึ้นทุกปีเช่นกัน

ตามสถิติของกระทรวงสาธารณสุข และสวัสดิการ มีผู้ป่วยรายใหม่ที่ได้รับการวินิจฉัยว่า เป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกประมาณ 1,500 ราย ในแต่ละปี มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ได้แซงหน้ามะเร็งปากมดลูก และจัดเป็นมะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์สตรี เป็นอันดับหนึ่ง โดยเป็นหนึ่งในมะเร็ง ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ในทศวรรษที่ผ่านมา

ผู้ป่วยมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกระยะแรก มักมาที่คลินิกสูติศาสตร์ และนรีเวชวิทยา เนื่องจากมีเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสตรีหลังวัยหมดประจำเดือน ภาวะเลือดออกทางช่องคลอดประเภทนี้ โดยทั่วไปมีไม่มากนัก ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการใช้ฮอร์โมน เมื่อเร็วๆนี้ และการเปิดตัวอาหารและยา เพื่อสุขภาพที่มีส่วนผสมของเอสโตรเจนที่คล้ายคลึงกัน

มักทำให้เพื่อนผู้หญิงไปพบแพทย์ หลังจากเลือดออกไประยะหนึ่ง หลังวัยหมดประจำเดือน สำหรับผู้หญิงที่ยังไม่หมดประจำเดือน ส่วนใหญ่บ่นว่า ประจำเดือนมาผิดปกติ เลือดออกเป็นประจำเดือน การร้องเรียนหลักของผู้ป่วยจำนวนน้อยคือ การหลั่งสารคัดหลั่งที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการหลั่งเลือด

มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก พบได้บ่อยในผู้หญิง ที่มีอายุ 40 ถึง 60 ปี ก่อนหรือหลังหมดประจำเดือน โดยในช่วงไม่กี่ปีมานี้ อายุของผู้ป่วยมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก จะค่อยๆอ่อนลง อย่าเพิกเฉยต่อการเกิดโรคนี้เพียงเพราะคุณยังเด็ก ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ได้แก่ โรคอ้วน ความดันโลหิตสูง เบาหวาน วัยหมดประจำเดือนที่ล่าช้า

การไม่เจริญพันธุ์ กลุ่มอาการรังไข่มีถุงน้ำหลายใบ ฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง และสตรีที่มีเนื้องอกเซลล์เม็ดเลือดในรังไข่ อย่างไรก็ตาม เพื่อนผู้หญิงที่ไม่มีเหตุผลพิเศษดังกล่าวเลย มีโอกาสเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกได้ นอกจากนี้ยังมีรายงานจากวรรณกรรมที่ระบุว่า เมื่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านมใช้ทาม็อกซิเฟน เพื่อป้องกันการเกิดซ้ำของมะเร็งเต้านม

อุบัติการณ์ของรอยโรคในเยื่อบุโพรงมดลูก เช่น ติ่งเนื้อในเยื่อบุโพรงมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่และมะเร็ง เยื่อบุโพรงมดลูก เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เป็นรอยโรคของมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ในวัยก่อนเป็นมะเร็ง การจำแนกประเภทเนื้อเยื่อภายใต้กล้องจุลทรรศน์ทางพยาธิวิทยา มีการเปลี่ยนแปลงของมะเร็งน้อยมาก และมีโอกาสเป็นมะเร็งได้ประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์

ภาวะเซลล์ที่ซับซ้อน ไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงที่เป็นมะเร็ง และความเป็นไปได้ของมะเร็ง จะอยู่ที่ประมาณ 3 เปอร์เซ็นต์ ประเภทนี้เป็นภาวะเซลล์ที่เรียบง่าย หรือซับซ้อน รวมกับนิวเคลียร์ของต่อม และอัตราการเปลี่ยนแปลงของมะเร็งคือ 8 เปอร์เซ็นต์ และ 29 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ

การวินิจฉัยทางคลินิกของมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ใช้การขูดมดลูก เป็นวิธีการวินิจฉัยหลักการตรวจเสริมอื่นๆ ได้แก่ การสุ่มตัวอย่างเยื่อบุโพรงมดลูก การตรวจอัลตราซาวนด์ และการตรวจส่องกล้องโพรงมดลูก การผ่าตัดเป็นวิธีที่สำคัญที่สุดในการรักษามะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก วิธีการผ่าตัด ได้แก่ การตัดมดลูก รวมถึงปากมดลูก

ส่วนหนึ่งของช่องคลอด ท่อนำไข่และรังไข่ทั้งสองข้าง และการกำจัดต่อมน้ำเหลืองในอุ้งเชิงกราน ในขณะเดียวกัน เซลล์ในอุ้งเชิงกราน จะถูกรวบรวมและส่งไปตรวจ เพื่อยืนยันว่ามีเซลล์มะเร็งหรือไม่ หลังจากที่ชิ้นงานทดสอบที่นำออกโดยการผ่าตัด ผ่านการตรวจทางพยาธิวิทยา นอกเหนือจากการระบุระยะ ของมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกแล้ว ผลลัพธ์ยังสามารถใช้ เพื่อแนะนำว่าผู้ป่วยต้องการการฉายรังสี เคมี หรือฮอร์โมนเพิ่มเติม

ต่างจากมะเร็งปากมดลูกที่ตรวจด้วย แปปสเมียร์ จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีวิธีการคัดกรองมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกในอุดมคติ และมีประสิทธิภาพ ดังนั้นหากผู้หญิงมีเลือดออกผิดปกติ โดยเฉพาะก่อนหรือหลังวัยหมดประจำเดือน ควรไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด และอย่าละเลยการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในร่างกาย เพื่อให้สามารถตรวจพบโรคได้โดยเร็วที่สุด และรักษาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ

นอกจากนี้ สำหรับผู้ป่วยในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ผู้ที่ใช้ยาต้านมะเร็งทาม็อกซิเฟน จะได้รับการตรวจอัลตราซาวนด์ทางช่องคลอดเป็นประจำ เพื่อตรวจสอบความหนาของเยื่อบุโพรงมดลูก เมื่อเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัว และมีเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ ขอแนะนำให้ผู้ป่วยตัด หรือขูดมดลูก เพื่อแยกแยะความเป็นไปได้ ที่จะเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก

 

 

อ่านต่อเพิ่มเติม :::  มะเร็งหลอดอาหาร มีอาการอย่างไรและไม่ควรทานอาหารแบบใด